ถึงอย่างไรผู้หญิงก็เป็นได้แค่ "กะหรี่" คนหนึ่ง
posted on 13 Jul 2008 16:51 by faireduภาษาชั้นต่ำ หยาบ ต่ำกว่าสิบแปดควรแอบอ่าน!!!
สายตาเจ้ากรรมพลันไปเห็นโฆษณา "ยืดอกพกถุง" ในโทรทัศน์ ความหาเรื่องจึงบังเกิด
ใจจริงแล้วผมโคตรชอบโฆษณาอันนี้เลย เพราะมันเป็นการสอนเพศศึกษาได้ดีที่สุดเลยทีเดียว เพราะสังคมไทยชอบสอนเพศศึกษาในทำนอง "อย่าชิงสุกก่อนห่าม" โดยที่ไม่รู้ว่าก่อนที่วัยรุ่นมันจะ "สุก" เนี่ย มันไม่เงี่ยนกันบ้างหรือ? แล้วถ้าเงี่ยนถึงขั้นสุดแล้วมันจะทำอย่างไรกับความเงี่ยนที่เกิดขึ้น ดังนั้นการให้วัยรุ่นรู้จัก "ยืดอก" เพื่อที่จะ "พกถุง" โดยไม่อาย นี่แหละคือหัวใจของการศึกษาเพศศึกษาที่ดีข้อหนึ่ง
แต่ แต่ แต่!!! ไอ้โฆษณาที่ผมเห็นมันรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกลคือ
ไอ้หนุ่มถามผู้สาวว่ามีแฟนมากี่คน (ประมาณนั้น) จากนั้นไอ้หนุ่มแฟนเก่าของผู้สาวก็โผล่มาจากไหนไม่อาจทราบได้แล้วบอกว่าก่อนหน้าที่เขาจะคบกับผู้สาวคนนี้เขาเคยคบน้องหลายน้อง ทั้งชื่อนั้นชื่อนี้สารพัด ไอ้หนุ่มที่กำลังจะเป็นแฟนสาวเจ้าในปัจจุบันทำหน้าตกใจพร้อมกับมีห่อถุงยางโผล่ออกมา
เท่ากับว่า
หนึ่ง ไอ้หนุ่มคนปัจจุบันกำลังหวังจะฟันสาวเจ้า
สอง อดีตแฟนของสาวเจ้าผ่านผู้หญิงมาเป็นว่าเล่น (ซึ่งไม่แปลกในสังคมไทย สันดานผู้ชายถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงสิ คำว่า "อีดอกทอง" จะปรากฏโดยอัตโนมัติ)
สาม ผู้หญิงคนนี้ไม่ซิง เป็นสินค้าที่เคยผ่าน "มือ" มาแล้ว และไม่แน่ด้วยว่าแฟนเก่าของเธอเป็นคนแรก เธออาจจะมีคนที่สอง สาม สี่... เหมือนที่แฟนเก่าของเธอมีน้องคนนั้นคนนี้ จนอาจทำให้อดีตแฟนเก่าเป็น "พาหะ" นำโรคร้ายมาสู่เธอ และเธอก็กำลังจะเป็น "พาหะ" หากเธอติดโรคร้ายจากแฟนเก่า ที่อาจนำมาติดต่อแฟนหนุ่มคนปัจจุบัน ดังนั้นไอ้หนุ่มคนปัจจุบันจึงต้อง "ยืดอกพกถุง"
หมาดูก็รู้ว่าโฆษณานี้ครอบงำโดย "ผู้ชาย" สิ่งที่แสดงออกมาผู้หญิงจึงเหมือนเป็นวัตถุทางเพศชิ้นหนึ่งที่ผ่านใครต่อใครมามากมาย ดังนั้นจึงต้องป้องกันและไม่ควรไว้ใจผู้หญิง (จริงๆ ผมว่าคนทำโฆษณาก็คงมุ่งหวังที่จะให้ป้องกันทั้งสองฝ่าย แต่บังเอิญความคิดมันมาลงล็อคที่ "เวรกรรม" ของผู้หญิงก็แค่นั้น)
ละครไทยหลังข่าวหลายต่อหลายเรื่องที่ผู้หญิงถูกกระทำเหมือนกะหรี่ที่ผู้ชายสามารถบังคับฝืนใจโดยชอบธรรม โดยอ้างสิทธิตามธรรมชาติที่ผู้ชายมีเหนือกว่า ทั้งๆ ที่สิทธิอันนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ชายสร้างขึ้นมาเพื่อครอบงำสิทธิที่ผู้หญิงเคยมีเหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นศาสนา เศรษฐกิจ หรือการปกครอง
เมื่อผู้ชายเหนือกว่า ผู้หญิงจึงต้องมีบทบาทตามแบบที่ผู้หญิงควรเป็นคือ เมียและแม่ ทั้งๆ ที่ผู้หญิงในอดีตกุมอำนาจทางเศรษฐกิจไว้ทั้งหมดจนถึงปัจจุบันหากใครไปตลาด ขอให้นับหัวผู้ชายที่เป็นพ่อค้าว่ามีอยู่กี่ตน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของผู้หญิงและผู้ชายต่างมีอย่างเท่าเทียมและมักเลื่อนไหลไปมาไม่ได้เทอยู่ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเหมือนในปัจจุบัน
ด้วยบทบาทของการเป็นเมีย ผู้หญิงจึงต้องรักษาหน้าที่ของตนในเรื่องเซ็กซ์ในลักษณะการให้บริการแก่ผัว ผัวเงี่ยนเมื่อไหร่เมียต้องพร้อม เมียไม่พร้อมผัวจะตบ
ผมว่าที่ผู้ใหญ่หลายคนสอนว่าวัยรุ่นไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม เขาน่าจะเน้นถึงผู้หญิง เพราะตามความเข้าใจของคนสมัยก่อนมักคิดว่าเมื่อผู้หญิง "เสียสิ่งนั้น" ไปแล้ว มันหมายถึงเสียไปเลย เอากลับมาไม่ได้อีก ในขณะที่ผู้ชาย "ไม่มีสิ่งนั้น" ให้เสีย ดังนั้นผู้หญิงจึงต้องเก็บ "สิ่งนั้น" เอาไว้คอยคืนวันแรกที่ต้องบริการผัวของตน (หนึ่งเดียวคนนี้) ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม
ถึงทุกวันนี้คงเห็นได้ว่าสิ่งที่ผู้ใหญ่พร่ำสอนให้เด็กวัยรุ่นรักนวลสงวนตัวคงจะเห็นผลว่ามันล้มเหลวไม่เป็นกระบวนท่า แม้ว่าพลังของคำสอนนั้นจะแฝงอยู่ในทุกทั่วองคาพยพในสังคม แต่เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องที่ยากจะควบคุม ดังนั้นคนทีจะจัดการได้ดีที่สุดก็คือตัวของวัยรุ่นเอง
แต่เมื่อมองอีกมุม ผู้หญิงเคยคิดบ้างมั้ยว่า พวกเธอกำลัง "ถูกกระทำ" จากผู้ชายอยู่เสมอ พวกเธอจะรู้บ้างมั้ยว่าเธอควรยอมรับความเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายสถาปนามอบให้เธอ และเธอก็ยินยอมพร้อมใจที่จะใช้มันเพื่อแสดงตัวตนในความเป็นผู้หญิงในอาณัติผู้ชายคนใดคนหนึ่ง
แล้วผู้หญิงเคยคิดบ้างมั้ยว่า สิ่งที่ผู้ชายสถาปนาและมอบให้เธอนั้นคือการเป็น "่กะหรี่" ที่ดีสำหรับผัวคนหนึ่งเพียงเท่านั้น
หากยังไม่รู้จักที่จะลุกขึ้นต่อต้านอำนาจที่ครอบงำโดยผู้ชาย และยังสุขใจที่ได้เป็นผู้หญิงในกำกับของมหาบุรุษพวกนั้นต่อไป
ผมก็ขอแสดงความเสียใจด้วย
ป.ล. แม่งเป็นการเขียนที่หัวมังกุ ท้ายมังกร จริงๆ