๑๕ : พิพิธภัณฑ์แบบไทยๆ แหล่งการเรียนรู้แบบไทยๆ
posted on 12 May 2008 16:30 by faireduเกริ่น
วันนี้ผมมีเหตุต้องไปทำธุระที่บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ตลิ่งชัน เรื่องขอหนังสือรับรองการผ่านการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักศึกษาของคณะโบราณคดี หะแรกคิดว่าจะเตรียมตัวไปซื้อถุงเท้า รองเท้าใหม่ๆ พร้อมเสื้อกับกางเกงนักศึกษาสีขาวๆ งามๆ ที่บางลำพูให้สมกับเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งศิลปากร แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่งปริญญาโท ความฝันทั้งหมดจึงจบกัน
ผมทำธุระกับบัณฑิตวิทยาลัยเสร็จฝนก็ใกล้ตก จึงคิดได้ว่าควรไปนั่งหลบฝนที่ห้องสมุดของศูนย์มานุษยวิทยา ที่อยู่ข้างหน้าสำนักงานอธิการบดีก่อนจะดีกว่า มันจึงเป็นเหตุให้ผมได้เข้าไปเดินดูพิพิธภัณฑ์ของศูนย์มานุษยวิทยาอีกครั้งหนึ่ง
โรงเก็บของ
ผมชอบไปพิพิธภัณฑ์
ไม่รู้เป็นอะไร ตั้งแต่อยู่มัธยมผมชอบไปเดินเล่นพิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะการโดดเรียนพิเศษในวันเสาร์อาทิตย์แล้วไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ผมก็จะไปเดินเล่นที่พิพิธภัณฑ์เพื่อฆ่าเวลา ที่ๆ ผมชอบไปคือพิพิธภัณฑ์วังหน้า ท่าพระจันทร์ (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) กับหอศิลป์โรงกษาปณ์ (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป์ เจ้าฟ้า)
แต่ที่ไปบ่อยๆ ก็วังหน้า ที่ไปๆ ก็ใช่ว่าจะได้อะไรเพราะพิพิธภัณฑ์ที่ไปในตอนนั้นยังไม่ได้ปรับปรุง ส่วนใหญ่ก็เป็นนิทรรศการถาวรที่จัดในตึกโทรมๆ วังโทรมๆ แสดงข้าวของเครื่องใช้ที่ชาติไพร่อย่างผมไม่มีวันได้จับ ไปเดินดูความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมแห่งสยามประเทศที่เรื่องราวก็ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนอ่านหนังสือ ส.ป.ช. ไปเตรียมสอบไล่ คนนั้นขี่ช้างไปตีเขา คนนี้้โขยกควายไปไล่พม่า คนนั้นไปราชสำนักฝรั่งเศส คนนี้มาราชสำนักสยาม บอกตรงๆ ว่าโคตรจะน่าเบื่อเป็นที่สุด เพราะมันมองไม่เห็นมิติอะไรเลยของความเป็น "แห่งชาติ" ที่อยู่ท้ายชื่อพิพิธภัณฑ์
ส่วนที่จัดแสดงพวกศิลปะวัตถุที่ไปกว้านเอามาจากหัวเมืองต่างๆ เพื่อเอามาวางระเกะระกะก็ไม่ได้ทำให้คนดูมองเห็นความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับศูนย์กลางอย่างกรุงเทพฯ เลย ผมเข้าใจว่าหัวเมืองเหล่านั้นคงยังไม่มีการพัฒนาในเรื่องของการจัดเก็บวัตถุได้ดีเท่ากรุงเทพฯ (รึเปล่า?) ทางราชการคงรอให้หัวเมืองเหล่านั้นมีการจัดตั้งสถานที่อย่างเป็นทางการแล้วค่อยส่งคืน
ถ้าไปพิพิธภัณฑ์แล้วหวังจะให้มีคนมาบรรยายให้ความรู้ก็อย่าหวังถ้าคุณไปคนเดียว เดินอ่านเอาไปเถอะความรู้สำเร็จรูปที่แปะไว้ข้างผนัง ผมเห็นเด็กจากต่างจังหวัดพอครูปล่อยลงจากรสบัสก็วิ่งกรูเข้ามาจดๆ อะไรก็ไม่รู้ขอกูจดไว้ก่อน เดี๋ยวครูตี จากนั้นก็วิ่งไปเล่นปุ่มไฟแสดงอารยธรรมทวารวดีอยู่ตรงนี้ตรงนั้นซึ่งก็ติดบ้างไม่ติดบ้าง ตามงบเบิกจ่ายซื้อหลอดไฟที่ยังไม่อนุมัติลงมา
เดินเข้าไปข้างในอีกหน่อยก็จะมีเทวรูปมากมายใหญ่เล็กวางแยกประเภทสกุลช่างศิลปะ ใครไม่เคยเรียนประวัติศาสตร์ศิลปะมาก็อย่าได้เข้าใจว่าทวารวดีมันแตกต่างกับฟูนันอย่างไร หรือสกุลช่างเชียงแสนมีความคล้ายกับสกุลช่างศรีสัชนาลัยอย่างไร มีคนนั่งอยู่ตามมุมห้องก็อย่าได้ถาม เพราะเขาจ้างมาให้นั่งฟังวิทยุ MP3 หรือไม่ก็นั่งหน้าบึ้งเป็นสาววัยทองไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้รัศมีเขตแดนตน
ที่บ่นๆ มาผมก็ยังไปนะ ไปบ่อยด้วย มันอาจจะเป็นความชอบส่วนตัวและความรู้ที่ได้จากการไม่ยอมอ่านหนังสือในห้องเรียนที่ครูสอนแต่ทะลึ่งไปอ่านหนังสือในห้องสมุดโรงเรียนที่ครูไม่ได้สั่ง ผมจึงมีความรู้เป็นพื้นชั้นหนึ่งที่แม้จะไม่มากนักแต่ก็พอเข้าใจได้ว่าพิพิธภัณฑ์พยายามจะสื่ออะไร
ใช่แล้ว การเดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของไทยต้องเตรียมตัวเพราะพิพิธภัณฑ์ของไทยไม่ใช่แหล่งเรียนรู้ แต่เป็นแหล่งที่คนจะไปชมต้องเรียนรู้มาก่อนถึงจะเข้าใจความหมายของสิ่งที่พิพิธภัณฑ์จัดแสดง ไม่เช่นนั้นคุณจะติดอยู่ในกรอบของรัฐชาติ กรอบที่มีมิติของกรุงเทพฯ เพียงแห่งเดียวอันปราศจากเมืองเล็กเมืองน้อยที่อยู่ห่างจากศูนย์กลาง วิธีการจัดแสดงแบบนี้ลามไปถึงพิพิธภัณฑ์ตามหัวเมืองบ้างแล้วเท่าที่ผมเคยไป คือการมองไม่เห็นบริบทของท้องถิ่นเพราะโดนรัฐกรุงเทพฯ ครอบงำ ดังนั้นถ้าเราจะเอาอย่างเมืองฝรั่งคือไปเที่ยวเมืองไหนต้องดูพิพิธภัณฑ์เมืองนั้นก่อน ถ้าทำอย่างนี้ในบ้านเรา เราก็จะมองเห็นแต่กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ล่องลอยเต็มไปหมดในท้องถิ่นนั้นๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ทั้งหลายทั้งปวงที่ไร้รสนิยม ไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้หรือแม้กระทั่งความเข้าใจ การนำเสนอในเรื่องราวด้านๆ ที่ไม่มีใครใคร่อยากจะรู้มากนัก มันถึงทำให้คนไม่ไปพิพิธภัณฑ์ แม้ตอนนี้วันเสาร์อาทิตย์จะเปิดให้เข้าชมฟรี แสดงบัตรนักเรียน นักศึกษาก็ชมฟรี ถึงเก็บเงินก็ไม่เกินยี่สิบบาท มันก็ยังไม่มีคนอยากจะเข้าไปดู สู้ไปดูตู้ดิสเพล์ตามห้างยังดีเสียกว่า
โทษใครไม่ได้ มันต้องโทษคนที่มีอำนาจอยู่ในมือแต่เสือกไม่เข้าใจอำนาจในมือของตัวเองว่าจะต้องจัดการกับอำนาจนั้นอย่างไร
ผีหลอก
อีกสาเหตุหนึ่งที่ผมชอบไปพิพิธภัณฑ์คือหนีคน กรุงเทพฯ เมืองเล็กแต่คนยังกะหนอน การหนีคนเยอะๆ ไปตากแอร์ในพิพิธภัณฑ์เป็นความคิดที่เยี่ยมยอดอย่างหนึ่ง
ขอเชิญท่านทัศนาพิพิธภัณฑ์ของศูนย์มานุษยวิทยาที่ผมแอบถ่ายรูปมาเมื่อตอนบ่ายของวันนี้
เป็นอย่างไร คนเยอะถึงกับเบียดเสียดแย่งดูกันทีเดียว
จริงๆ แล้วพิพิธภัณฑ์ของศูนย์มานุษยวิทยาก็ไม่ได้จัดแสดงแบบขี้เหล่ๆ ที่ราชการไทยชอบทำ แต่คนในสังคมอาจจะยังไม่เข้าใจคำว่า "มานุษยวิทยา" ที่เป็นศาสตร์ใหม่ในสังคมไทยว่าต้องการจะอธิบายสังคมอย่างไร เพราะจริงๆ แล้วเป้าหมายของการศึกษามานุษยวิทยาในยุคหลังสมัยใหม่นี้คือ การทำความเข้าใจสังคมและวัฒนธรรมหนึ่งๆ อย่างไร้อคติและพยายามมองให้เห็นความเท่าเทียมกันของเพื่อนมนุษย์ร่วมสังคมโดยการศึกษาตัวมนุษย์เอง เพื่อทดแทนหลายสิ่งหลายอย่างที่มนุษย์ทำการศึกษาและเข้าใจมากมายหลายต่อหลายเรื่องทั้งอวกาศ ระบบสุริยะ การแพทย์ ขีปนาวุธ ระเบิดนิวเคลียร์ แต่มนุษย์กลับไม่เคยเข้าใจความหมายของการเป็นมนุษย์ในตัวเองเลยแม้แต่น้อย
แต่เมื่อผมมาคิดว่าทำไมคนไทยไม่ชอบไปพิพิธภัณฑ์นั้น มันอาจเป็นเพราะคนไทยขี้เกียจเรียนรู้ก็เป็นได้ เพราะพวกเรา "Mega Clever ฉลาดสุดๆ" กันทุกคนอยู่แว้ววว
พิพิธภัณฑ์ที่เรารัก
"มิวเซียมสยาม" ผมยังไม่ได้ไปแต่มีสหายสำนักท่าพระจันทร์ไปมาแล้วบอกว่ายอดเยี่ยมมาก
"พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า" เจ๋งอยู่ โดยเฉพาะเฉลิมกรุงจำลอง
"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร" แจ๋วมากโดยเฉพาะห้องแสดงพายุเกย์ สุดยอด! เกย์ปลิวว่อนเลย ม่ายช่ายย เขาทำเหมือนเป็นโรงหนังให้เรายืนอยู่กลางเหตุการณ์วันที่พายุถล่มชุมพร น่ากลัวมาก เพราะข้างหน้ามีเมืองชุมพรจำลองที่กำลังโดนพายุถล่ม อธิบายเป็นภาษาคนไม่ได้ ต้องไปดูเอาเอง ถ้ามันยังไม่พังนะ
"หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่" ถือว่าดีนะครับ ผมชอบเพราะเจ้าหน้าที่น่ารัก พิพิธภัณฑ์แสดงให้เห็นตัวตนของเชียงใหม่ชัดดี แต่ก็เป็นตัวตนแบบรัฐกรุงเทพฯ นิยามไว้อะนะ
"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา" ยังไม่ได้ไปแต่คิดว่าน่าจะดีเพราะญี่ปุ่นให้เงินมาทำเยอะอยู่
"บ้านพิพิธภัณฑ์" พวกคนลุ่มหลงอารมณ์ถวิลหาคงชอบ
"พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี" สุดยอด ไม่รู้ยังอยู่รึเปล่า
"พิพิธภัณฑ์ไททรงดำ (ลาวโซ่ง)" อยู่ที่เขาย้อย เมืองเพชร คุณป้าคนดูแล (ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นอาจารย์ในโรงเรียนด้วย) เอาใจใส่กับชุมชนมากๆ ตอนไปดูแกด่าเด็กว่ามันไม่ยอมพูดลาว ไม่ยอมแต่งดำ เพราะเด็กมันอาย ผมเคยไปตอนเรียนหนังสือ ตอนแรกอาจารย์ผมใส่ซองให้ค่าวิทยากรไว้แล้ว แต่พอไปเห็นที่เขาจัดเตรียมไว้พร้อมกับการแสดงชุดใหญ่ที่โปงลางสะดิ้งยังต้องอาย บวกกับ "ใจ" ที่โคตรทุ่มเทของคุณป้ากับนักเรียนของแก เหล่านิสิตที่ไปเลยสมทบให้ค่าขนมน้องๆ กับค่าหมากยาชันคุณป้าเพิ่มอีกหนึ่งชุดใหญ่ ได้ใจมากๆ
ส่งท้าย
ผมคิดว่าบางครั้งพวกคุณก็ต้องเบื่อห้าง แต่ก็ยังไปเพราะไม่รู้จะไปที่ไหน ผมอยากให้ลองไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หรือแกลอรี่ต่างๆ แม้มันจะห่วย แต่ก็ยังดีกว่าที่เราจะเสียพลังงานกับการไปเดินห้างให้ผีทุนนิยมหลอกหลอน ผมว่าถ้าเราไปพิพิธภัณฑ์กันเยอะๆ อีกหน่อยคงมีการปรับปรุง หรืออาจมีเอกชนแข่งเปิดพิพิธภัณฑ์บ้าง ลองคิดดูถ้าเรามีพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอยู่ตรงที่เป็นสยามพารากอนตอนนี้...
โอ้ ไม่อยากจะนึก
ใครอยากไปเที่ยวศูนย์มานุษยวิทยา ลองนั่งรถไปแถวถนนบรมราชชนนี ข้ามคลองบางกอกน้อยตรงใกล้ๆ สายใต้ใหม่ที่เก่า (-_-") แล้วชิดซ้ายสังเกตว่าวจุฬาสีเขียวตัวหญ่ายๆ มีต้นไม้ครึ้มๆ มีป้ายบอกว่าสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาศิลปากร หรือป้ายคณะดุริยางคศิลป์ นั่นแหละเลี้ยวเข้าไปเลย เปิดจันทร์ถึงเสาร์ มีเวปไซต์เน้อ
อยากให้คนไทยไปพิพิธภัณฑ์กันเยอะๆครับ จะได้มีอะไรติดตัวมากกว่าแฟชั่น
นั่งรถผ่าน "มิวเซียมสยาม" แล้วอยากแวะจัง ว่างๆ มารีวิวที่นี่ให้ฟังบ้างสิคะ
#1 By thothae on 2008-05-12 18:29